การดูแลลูกสุนัขหลังคลอด
ลูกสุนัขหลังคลอดถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อผู้เลี้ยงสุนัขมากที่สุด
เพราะเป็นวัยที่ลูกสุนัขยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่แปรเปลี่ยนไป
ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม อาทิ อากาศ ลม ความชื้น ฝน ความร้อนความหนาว
สิ่งสกปรก ล้วนเป็นสิ่งที่ก่อปัญหาให้กับลูกสุนัขโดยตรง
นอกจากนี้ความสามารถในการเลี้ยงลูกสุนัขก็เป็นมูลเหตุสำคัญต่อการดำรงชีวิตของลูกสุนัข
ธรรมชาติของสุนัข
ปกติแล้วแม่สุนัขจะมีสัญชาตญาณในการเลี้ยงลูกและปกป้องลูก
แม่สุนัขจะมีหน้าที่ให้นมลูกเพื่อเป็นอาหาร กกลูกเพื่อให้ความอบอุ่น
เลียตัวลูกเพื่อทำความสะอาด โดยเฉพาะสิ่งขับถ่ายอันได้แก่อุจจาระและปัสสาสะของลูก
แม่สุนัขที่ไม่ยอมเลียตัวลูก จะทำให้อุจจาระและปัสสาวะหมักหมมอยู่ที่อวัยวะเพศและทวาร
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรียและก่อให้เกิดเป็นแผลตามมา
ดังนั้นถ้าหากแม่สุนัขไม่ยอมทำหน้าที่นี้ ผู้เลี้ยงควรใช้สำลีชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดให้แทน
ผู้เลี้ยงควรให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
ตามธรรมชาติของสุนัข จะสามารถเลี้ยงลูกได้ด้วยตัวเอง
แต่ก็มีหลายๆ อย่าง ที่ผู้เลี้ยงควรให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้แม่สุนัขสามารถเลี้ยงลูกได้โดยตลอดรอดฝั่ง
และมีความสูญเสียน้อยที่สุด การให้ความช่วยเหลือมิใช่หมายความว่าผู้เลี้ยงแยกลูกสุนัขออกมาเลี้ยงเอง
แต่หมายถึงการให้ความสะดวกและตระเตรียมความพร้อมให้กับแม่สุนัข
เพื่อให้ทำหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกอย่างสมบูรณ์
ความจำเป็นของอาหาร
ในวันแรกที่แม่สุนัขคลอด ความเจ็บปวดและความอ่อนเพลีย
อาจทำให้แม่สุนัขไม่ยอมกินอาหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
แต่หลังจากนั้นแม่สุนัขจะมีความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณค่าของสารอาหาร
ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต และอีกส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการสร้างน้ำนมเพื่อเป็นอาหารของลูกสุนัข
สุนัคควรได้รับปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ และมีคุณค่าของสารอาหารที่เพิ่มขึ้น
จำนวนมื้ออาหารที่จะให้แก่สุนัข ควรจะเป็นสองมื้อเป็นอย่างน้อย
และมีน้ำสะอาดตั้งไว้ตลอดเวลา
ความสำคัญของน้ำนมหลังคลอด
น้ำนมของแม่สุนัขหลังคลอดประมาณ 24 ชั่วโมง จะมีความข้นและมีสีออกเหลือง
ซึ่งเรียกกันว่า น้ำนมเหลือง หรือ
นมน้ำเหลือง หรือโคโลสตรุ้ม (Colostrum) ซึ่งเป็นน้ำนมที่นอกจากจะมีคุณค่าของสารอาหารแล้ว
ยังมีภูมิต้านทานโรคที่จะถ่ายทอดไปยังลูก ดังนั้นในทันทีที่ลูกสุนัขคลอดออกมา
ควรจัดการให้ลูกสุนัขได้ดื่มนมจากเต้านมของแม่โดยทันที
ซึ่งจะมีผลดีต่อสุขภาพโดยส่วนรวม และมีภูมิคุ้มกันต่อโรคติดต่อได้ระยะหนึ่ง
สถานที่ที่เหมาะสม
ควรจัดสถานที่ให้แม่สุนัขใช้เป็นที่เลี้ยงและดูแลลูกให้เป็นสัดส่วน
อาจจะเป็นสถานที่ที่ให้แม่สุนัขใช้ในการคลอดและใช้เป็นที่ให้แม่สุนัขเลี้ยงลูกต่อไปเลย
สถานที่ที่ใช้เป็นที่ให้แม่สุนัขเลี้ยงลูกนั้น ควรอยู่ห่างจากสิ่งรบกวนต่าง
ๆ อาทิ เช่น เสียงยวดยานการจราจร อยู่ใกล้ฝูงชนหรือมีผู้คนเดินผ่านไปมา
อยู่ใกล้แหล่งที่มีเสียงอึกทึกครึกโครม หรืออยู่ใกล้ที่อยู่ของสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
สถานที่ที่เหมาะสมควรมีความปลอดโปร่งเงียบสงบ สะอาดและทำความสะอาดง่าย
ไม่มีลมโกรก ไม่มีละอองฝนและไม่ร้อนจัด สถานที่ที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่จะมีผลโดยตรงต่อตัวลูกสุนัข
ความจำเป็นของความสะอาด
ความสะอาดเป็นความจำเป็นสำหรับการลดความปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรีย
ทั้งต่อตัวสุนัขและสถานที่ที่สุนัขอยู่ ในส่วนของตัวแม่สุนัขควรเช็ดตัวทุกวันด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดที่บิดหมาดๆ
โดยเฉพาะบริเวณเต้านมซึ่งอาจมีพวกดินหรือขนสุนัขติดอยู่
ควรมีความระมัดระวังในการสัมผัสกับเต้านมสุนัข เพราะอาจก่อให้เกิดการอักเสบและมีปัญหาน้ำนมเป็นพิษตามมา
ในส่วนของสถานที่ควรเช็ดถูพื้นด้วยน้ำสะอาดเป็นประจำทุกวันอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง
เพื่อเป็นการขจัดความสกปรกของสิ่งขับถ่ายของลูกสุนัขและเศษอาหารและน้ำที่ตกหล่น
ผ้าที่ใช้ปูให้สุนัขนอนควรเปลี่ยนใหม่ทุกวัน และซักล้างผืนเก่าหรือผึ่งแดดจัดๆ
ความจำเป็นของยาฆ่าเชื้อ
มีผู้เลี้ยงสุนัขหลายท่านนิยมใช้ยาฆ่าเชื้อโรคบางอย่าง
อาทิ เด็ทตอล แอลกอฮอล์ หรือยาฆ่าเชื้ออื่นใดทำความสะอาดตัวสุนัข
และสถานที่ เพื่อมุ่งหวังในการฆ่าเชื้อโรค ผลดีผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นอาจเป็นไปได้อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์
การใช้ยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดให้แม่สุนัขโดยเฉพาะบริเวณเต้านม
หรือเช็ดถูพื้นบริเวณที่สุนัขอยู่อาจทำให้ลูกสุนัขกลืนกินลงไปเมื่อปากไปสัมผัสถูกต้อง
ลูกสุนัขอายุยังน้อยร่างกายยังอ่อนแอต่อการต้านทาน สิ่งแปลกปลอมอาจทำให้เกิดผลเสียหายต่อสุขภาพของลูกสุนัขโดยตรง
ทางที่ดีที่สุดคือใช้แต่น้ำสะอาดก็เพียงพอแล้ว การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อควรใช้เป็นบางครั้งคราว
และควรเช็ดด้้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อลดระดับของยาฆ่าเชื้อให้เจือจางลง
การให้ความช่วยเหลืออื่นๆ
ควรหาผ้าหรือเศษผ้าปูพื้นให้สุนัขใช้เป็นที่รองนอน แทนที่จะให้นอนบนพื้นปูนหรือพื้นไม้โดยตรง
ทั้งนี้เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายสุนัข อีกทั้งยังมีความนิ่มนวลและสุขสบาย
อาจใช้กระบะหรือลังหรือกรงใหญ่ๆ เพื่อจำกัดขอบเขต ไม่ให้ลูกสุนัขคืบคลานไปไกลจนเกินเหตุ
อีกทั้งยังทำให้สุนัขอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เพื่อการนอนสุมกันและถ่ายเทความอบอุ่นให้แก่กัน
การช่วยควบคุมอุณหภูมิของอากาศ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ฝนตกทำให้ความชื้นในอากาศสูง
กระแสลมแสงแดดที่ร้อนจัด เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องให้ความช่วยเหลือสุนัข
และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุนัขโดยการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมให้สุนัขอยู่
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่สำคัญที่สุด และมีผลกระทบต่อสุขภาพของลูกสุนัขมากที่สุด
คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตอนกลางวัน เป็นกลางคืน
เราอาจช่วยลูกสุนัขได้ด้วยวิธีการง่ายๆ คือการใช้โคมไฟให้ความอบอุ่น
โดยการใช้หลอดไฟขนาด 40 วัตต์ แขวนอยู่เหนือพื้น ระยะห่างของโคมไฟกับตัวลูกสุนัขขึ้นอยู่กับความอบอุ่นของอากาศ
โดยการสังเกตง่ายๆ คือ ถ้าโคมไฟทำให้สุนัขร้อนเกินไปจะสังเกตเห็นลูกสุนัขนอนกระจายห่างออกไป
ถ้าสภาพอากาศเย็นเกินไปและโคมไฟให้ความอบอุ่นไม่เพียงพอลูกสุนัขจะมานอนสุมกันใกล้ๆ
โคมไฟให้ผู้เลี้ยงปรับระยะสูงต่ำของโคมไฟ เพื่อให้ลูกสุนัขเกิดความอบอุ่นพอดี
ซึ่งโดยปกติระยะห่างจะราวๆ หนึ่งฟุต ความจำเป็นของการใช้โคมไฟให้ความร้อน
จะใช้ประโยชน์ในช่วงกลางคืนซึ่งอากาศมักจะหนาวเย็น ส่วนในตอนกลางวันอาจจะปิดเสีย
การให้น้ำนมเสริมลูกสุนัข
ไม่จำเป็น ถ้าหากแม่สุนัขสามารถสร้างน้ำนมเลี้ยงลูกได้เพียงพอ
น้ำนมของสุนัขมีสัดส่วนของสารอาหารสูงกว่าน้ำนมที่ใช้เลี้ยงทารก
น้ำนมในปริมาณที่เท่ากัน น้ำนมสุนัขจะให้คุณค่าทางอาหารสูงกว่าน้ำนมของสัตว์อื่นๆ
การให้ลูกสุนัขดื่มน้ำนมชนิดอื่นๆ เสริม จะเป็นการลดความสมบูรณ์ของสารอาหารที่ลูกสุนัขจะได้รับ
การให้น้ำนมอื่นๆ เสริมควรพิจารณาใช้ในกรณีที่แม่สุนัขไม่สามารถให้นมแก่ลูกได้
การให้ความช่วยเหลือทั่วไป
ควรเฝ้าดูสุนัขอย่างสม่ำเสมอและคอยแก้ไขปัญหาในบางกรณี
อย่างเช่น แม่สุนัขที่คลอดลูกหลายๆ ตัว อาจมีบางตัวที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนและอ่อนแอ
จะสู้แรงเบียดในการยื้อแย่งเต้านมของแม่ไม่ได้ ผู้เลี้ยงต้องให้ความช่วยเหลือให้ลูกสุนัขที่อ่อนแอได้ดื่มนมแม่อย่างเพียงพอ
ระมัดระวังเรื่องแมลงวันและยุงซึ่งจะนำพาความสกปรกและก่อปัญหากับผิวหนังของลูกสุนัข
สังเกตความปกติและความผิดปกติเรื่องการขับถ่ายของลูกสุนัข
สังเกตการดื่มนมของลูกสุนัขทุกตัว หากพบว่าสุนัขมีปัญหาควรปรึกษาสัตวแพทย์โดยทันที