ลูกสุนัขปี'57
พ่อไข่เจียว + แม่แพนด้า
พ่อทองหลาง + แม่พลอยใส
พ่อทองหลาง + แม่เปรี้ยวหวาน
 
ลูกสุนัขปี'56
พ่อทองหลาง + แม่หมูแดง
พ่อทองหลาง + แม่เปรี้ยวหวาน
พ่อทองหลาง + แม่พลอยใส
พ่อทองหลาง + แม่ข้าวหอม
พ่อทองไข่เจียว + แม่แพนด้า
พ่ออั่งเปา + แม่กำไร
 
 
 
อาหารและการให้อาหาร
อาหารที่ดีเป็นมูลฐานสำคัญสำหรับการเพาะเลี้ยงที่ดี

อาหารที่ดีเป็นมูลฐานสำคัญสำหรับการเพาะเลี้ยงที่ดี สุนัขก็เช่นเดียวกันกับมนุษย์ต้องการอาหารนับตั้งแต่ผสมติดในท้อง เกิดมาสู่โลก จนถึงตายไป เพื่อการมีชีวิตอย่างมีสุขภาพสมบูรณ์ สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงนั้น หากแยกออกตามคุณค่าทางโภชนาการ ก็สามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภท คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน
เกลือแร่ (แร่ธาตุ) และน้ำ

หลักการให้อาหาร
ในการให้อาหารสำหรับเลี้ยงสุนัข มีหลักสังเกตและข้อปฏิบัติที่ควรทราบไว้ดังนี้
1. สุนัขมีขนาดกระเพาะเล็ก ดังนั้น จึงต้องให้เนื้อหรืออาหารสำเร็จและเมื่อเทียบตามส่วน แล้วอาหารที่จะย่อยนั้น ควรมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน
2. ถ้าเป็นสุนัขให้นมลูก อาหารที่กินเข้าไปส่วนใหญ่จะจ่ายออกไปเลี้ยงลูกสุนัขโดยทางน้ำนม ลูกสุนัขในระยะแรกจึงควรเลี้ยงด้วยนมแม่จะดีกว่าการใช้นมวัวเลี้ยง ซึ่งให้ธาตุอาหารน้อยกว่า ในระยะต่อมาก็ควรให้อาหารประเภทเนื้อ หรืออาหารสำเร็จให้มาก จึงจะถือว่าเป็นวิธีบำรุงเลี้ยงที่ถูกต้อง
3. ในกระเพาะสุนัขมีกรดไฮโดรคลอริคในปริมาณที่สูง ดังนั้นจึงช่วยทำให้การย่อย อาหารประเภทกระดูกและก้อนเนื้อใหญ่ๆ เป็นไปโดยง่ายขึ้น
4. ฟันสุนัขปรับตัวของมันสำหรับกัดและตัดเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับการบดเคี้ยวเช่นสัตว์ ประเภทกินเมล็ดพืช จริงอยู่แม้ว่าจะคุ้นเคยกับการกินอาหารได้เกือบทุกชนิดก็ตาม แต่โครงกระดูกและ ร่างกายของมันก็ยังคงเป็นสัตว์กินเนื้ออยู่นั่นเอง ด้วยหลักนี้จึงถือว่าเนื้อเป็นอาหารธรรมชาติ และเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสุนัขด้วยประการทั้งปวง
5. สุนัขมีน้ำลายสำหรับทำลายสิ่งบูดราได้ในปริมาณที่น้อย และการย่อยแป้งต้องใช้กรด ไฮโดรคลอริคในปริมาณที่สูง ด้วยเหตุนี้ กระเพาะสุนัขจึงไม่ปรับตัวสำหรับการย่อยแป้ง (แต่แป้งจะถูกส่งไปย่อยในลำไส้เล็ก)
 

หากระลึกถึงความจริงต่างๆ จากข้อ 1-5 นี้ รวมทั้งประเภทของอาหารสุนัขดังได้กล่าวมาแล้ว จะได้หลักในการใช้อาหารสำหรับเลี้ยงสุนัขว่าจะต้องเป็นประเภทเสริมสร้างร่างกาย สร้างพลังงาน ให้ความร้อน รวมทั้งให้วิตามิน และเกลือแร่ที่สำคัญ ดังนั้น ส่วนประกอบของอาหารสุนัขจึงมีดังนี้

1. เนื้อ ซึ่งมีโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆ เช่น เนื้อแกะ
2. ไขมัน ให้ความร้อน และวิตามินเอ
3. ผัก ข้าว และเมล็ดธัญพืชทุกชนิดทำให้เกิดพลังงานและวิตามินบี วิตามินอี
4. ผักใบเขียวดิบๆ หรือต้มอ่อนๆ มีเกลือแร่ วิตามินซี และวิตามินอื่นๆ
5. ไข่ ซึ่งมีไขมัน เหล็ก ฟอสฟอรัส และวิตามินต่างๆ เช่น เอ ดี เป็นต้น เพื่อช่วย การเจริญเติบโตของร่างกายและต้านทานโรค
6. ตับปลาหรือตับสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง นับว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมากทีเดียว
 

เมื่อได้หลักการในเรื่องการให้อาหารสุนัขดังนี้แล้ว การพิจารณาในขั้นต่อไปก็คือ ความจำเป็นถึง การให้อาหารสุนัข ในทางปฏิบัติสุนัขส่วนมากพอใจที่จะได้รับอาหารเพียงวันละ 1-2 เวลาเท่านั้น คือ เช้าและเย็น การให้อาหารในเวลาหนึ่งๆ ไม่ควรให้มันกินมากจนล้นกระเพาะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าจะทำให้ระบบการย่อยอาหารของมันต้องทำงานหนักเกินไปและทรุดโทรมเร็วขึ้น ซึ่งเป็นการได้รับอาหารที่ผิดธรรมชาติของมัน

ถ้าเป็นอาหารประเภทแป้งหรือน้ำต้มเนื้อรวมกับผัก ควรให้สุนัขกินในมื้อแรก ส่วนอาหารประเภทเนื้อควรให้มื้อหลังจะเป็นการดีอย่างยิ่ง แต่จะอย่างไรก็ตาม อย่าได้ให้ทันทีก่อนหรือหลังการออกกำลังมากๆ ของสุนัข

สำหรับการเลี้ยงสุนัขในปัจจุบัน ถ้าผู้เลี้ยงใช้อาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขที่มีขายอยู่ในขณะนี้เลี้ยงแล้ว ส่วนใหญ่จะได้คุณค่าทางอาหารที่เพียงพอกับความต้องการ แต่ถ้าในท้องถิ่นนั้นหาซื้อได้ยากก็ควรใช้อาหารที่หาได้เท่าที่มี โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารนั้นด้วย

อาหารสำหรับสุนัขโตเต็มที่ (วัยหนุ่มสาว)
เมื่อสุนัขโตเต็มที่ผู้เลี้ยงอาจให้อาหารวันละ 1 หรือ 2 ครั้งก็ได้ ตามแต่จะสะดวก แต่อาหารนั้นจะต้องมีคุณภาพสูง เช่น อาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อแกะ หรือจะเป็นอาหารสำเร็จรูป ซึ่งปริมาณการให้อาหารสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ โดยเฉลี่ยไม่เกิน 2 ถ้วยตวง/1ตัว ควรให้ในตอนเย็นจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้สุนัขไม่กวนในเวลา
กลางคืน
อาหารสำหรับสุนัขแก่
สุนัขแก่มีความต้องการอาหารผิดจากสุนัขหนุ่มสาว คือต้องการอาหารที่ย่อยง่าย มีโปรตีนสูง แต่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตน้อย อาหารที่ให้ไม่ควรแข็งหรือเหนียว เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องฟัน และควรให้กินอาหารวันละ 2 เวลาจะดีกว่าให้กินวันละครั้งในจำนวนมากๆ ในการเลี้ยงสุนัขแก่ของท่านให้มีอายุยืนนานนั้น ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องเลี้ยงสุนัขแก่ให้แข็งแรงอยู่ หากพบว่าสุนัขแสดงอาการผิดปกติควรรีบตรวจรักษาโดยเร็ว
อาหารสำหรับสุนัขเจ็บป่วย

หลักการให้อาหารสุนัขขณะเจ็บป่วยก็คือ ต้องให้บ่อยๆ เพราะขณะเจ็บป่วยกำลังในการย่อยของสุนัขจะอ่อนลง หากให้อาหารมากไปแล้ว นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้วยังไปรบกวนอวัยวะเหล่านั้นด้วย ถ้าทำได้แล้วทางที่ดีควรให้สุนัขเลือกกินอาหารเองตามใจชอบ การให้อาหารโดยการบังคับจะทำก็ต่อเมื่อสุนัขไม่ยอมกินอาหาร
เหล่านั้น

หากสุนัขแสดงอาการไม่สนใจต่อก้อนเนื้ออันโอชะที่หยิบยื่นให้แก่มันแล้ว ผู้เลี้ยงจำเป็นจะต้องให้อาหารข้นโดยการป้อน ในการป้อนนี้ควรป้อนอาหารที่เป็นน้ำหรือของเหลวอ่อนๆ ด้วยช้อนหรือใช้ทัพพีปากแคบๆ วิธีป้อนก็ให้ค่อยๆ พยุงศีรษะสุนัขขึ้นแล้วอ้าริมฝีปากให้ถ่างออกเป็นกระพุ้ง แล้วค่อย ๆ เทอาหารลงในปาก เมื่อป้อนอาหารเสร็จแล้วควรล้างและเช็ดเศษอาหารที่ปากออกให้หมด อย่างไรก็ตาม อาหารไม่ใช่เป็นยารักษาโดยตรง เพียงแต่ช่วยให้สุนัขป่วยอยู่ได้ฟื้นตัวหรือหายเป็นปกติเร็วขึ้น

อาหารสำหรับสุนัขท้องเสีย
อาหารที่ให้จะต้องย่อยได้ง่ายและไม่ขัดขวางการหายของแผลในกระเพาะและลำไส้ ถ้ามีอาการ ท้องเสียรุ่นแรงหรือมีอาเจียนร่วมด้วย ควรนำสัตว์ไปพบสัตว์แพทย์ เพื่อให้น้ำเกลือ ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เพราะฉะนั้น อาหารที่ให้ควรเป็นอาหารอ่อน ย่อยได้ง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะและลำไส้ มีพลังงานมากเพียงพอ ซึ่งได้จากพวกคาร์โบไฮเดรต แต่ไขมันไม่ควรให้มาก ลักษณะอาหารเช่นนี้ยังใช้ได้ในลูกสุนัขที่เพิ่งหย่านม เนื่องจากไม่ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร
อาหารสำหรับลูกสุนัขท้องผูก
อาหารควรมีสารเยื่อใยมาก เพื่อช่วยการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มปริมาตรของลำไส้ ทั้งยังช่วยดูดน้ำในส่วนของลำไส้ใหญ่อีกด้วย
1. ให้อาหารอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ให้ดันก้อนอาหารไปยังส่วนท้าย
2. พาสุนัขออกกำลังบ้างสัก 30-60 นาที หลังจากกินอาหาร เพื่อกระตุ้นการถ่ายอุจจาระและการบีบตัวของกล้ามเนื้อท้อง
3. ตรวจดูที่ก้นสุนัขด้วย เพราะอาการท้องผูกอาจเกิดจากโรคทางทวารหนักหรือได้รับการกระแทกจนบาดเจ็ไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้
4. หาน้ำสะอาดให้กิน
5. จำกัดอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
จะเห็นได้ว่าอาหารนี้มีพลังงานต่ำ เพราะให้คาร์โบไฮเดรตและไขมันน้อยลง แต่มีสารเยื่อใยเพิ่มมาก ขึ้น จะไม่ค่อยย่อยและยังอมน้ำไว้ได้มากในส่วนลำไส้ใหญ่อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดอาการหิวของสุนัขได้ อาหารสูตรนี้ยังเหมาะกับลูกสุนัขที่อ้วนเกินไป และสุนัขที่เป็นโรคเบาหวาน คือจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ส่วนแม่สุนัขที่กำลังท้องและให้นมลูก ไม่ควรให้อาหารนี้รวมทั้งสุนัขที่เป็นโรคไตด้วย
อาหารสำหรับสุนัขท้อง
สำหรับสุนัขแม่พันธุ์ต้องบำรุงดูแลอย่างใกล้ชิด เราต้องให้อาหารมากกว่าปกติ อาหารที่ใช้เลี้ยงสุนัขท้องจะต้องมีโปรตีน แคลเซียม และวิตามินสูง แต่ไขมันต่ำ ขนาดและปริมาณที่ให้ในระยะ 6 สัปดาห์แรกของการตั้งท้องให้ในขนาดเดียวกับสุนัขโตเต็มวัยและค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นใน 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด โดยให้เพิ่มอาหารขึ้นประมาณ 15-20% ของน้ำหนักตัว
อาหารสำหรับลูกสุนัข

ลูกสุนัขที่อยู่ในระหว่างกินนมแม่และหลังหย่านมใหม่ ๆ เป็นช่วงที่ลูกสุนัขต้องการโปรตีนสูงมาก อายุจากแรกเกิดถึง 1 เดือน โปรตีนจะได้จากน้ำนมแม่ แต่หลังจาก 1 เดือนไปแล้ว แม่สุนัขจะแสดงอาการเกรี้ยวกราดขู่คำราม
เมื่อลูกของมันจะกินนม ช่วงนี้เราจะต้องให้ลูกสุนัขได้อาหารจากจานใส่อาหารแทน กล่าวคือ หลังจากที่ลูกสุนัขได้คลอดออกมาสู่โลกภายนอกใหม่ๆ จะยังไม่ลืมตา แต่จะใช้จมูกนำทางและตะเกียกตะกายหาเต้านมดูดเอง ดังนั้น เพื่อให้ลูกสุนัขได้รับน้ำนมเหลืองจากแม่เร็วขึ้น ควรช่วยจับลูกสุนัขใส่เต้านมแม่ ต่อไปลูกสุนัขจะหาเต้านมกินได้เอง จากระยะนี้ต่อไปผู้เลี้ยงเพียงแต่คอยระวังอย่าให้แม่สุนัขทับลูก และคอยดูแลให้ลูกสุนัขที่อ่อนแอได้มีโอกาสกินน้ำนมแม่อิ่มเท่ากัน เพราะตัวที่แข็งแรงกว่าจะแย่งเต้านมและดูดกินหมดก่อนเสมอ สำหรับลูกสุนัขที่มีขนาดครอกใหญ่คือ มีจำนวนมากเกินไป น้ำนมแม่มีไม่พอให้กิน ควรเพิ่มน้ำนมโคให้กินทดแทน เพื่อป้องกันไม่ให้แม่สุนัขมีสุขภาพทรุดโทรมลงมาก

ควรหย่านมเมื่อลูกสุนัขมีอายุได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนขึ้นไปเป็นอย่างน้อย การหัดให้ลูกสุนัขหย่านมนี้อาจทำได้โดยการให้อาหารทดแทน ซึ่งผสมได้โดยใช้น้ำนมอุ่นๆ
1 ถ้วย ผสมกับน้ำหวาน 1 ชิ้น และน้ำอุ่น 1 ถ้วย ใส่อาหารผสมนี้ในจานปากกว้างและตื้นๆ หัดให้ลูกสุนัขกินโดยจับหัวลูกสุนัขให้ปากจุ่มลงในจานอาหาร ลูกสุนัขจะเลียและเริ่มกินได้เอง ต่อมาก็ให้อาหาร เช่น เนื้อ หัวปลา ลูกชิ้น และไข่ เป็นต้น เพิ่มลงไปในอาหารผสมทีละน้อยจนกระทั่งกินอาหารนี้ได้โดยไม่ต้องมีน้ำนม

ในระหว่างการหัดให้หย่านมนี้ควรแยกแม่ออกจากลูกสุนัข และให้ลูกสุนัขกินนมห่างขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับให้อาหารดังกล่าวเสริมทดแทน จนกระทั่งไม่ต้องกินนมแม่อีกต่อไป เมื่ออายุได้ 5-6 เดือนขึ้นไป ก็ให้กินอาหารประมาณ 3% ของน้ำหนักตัว ควรให้อาหารวันละ 3 เวลาประมาณ 3 เดือนแล้วจึงค่อยลดลงให้เหลือวันละ 2 เวลา สำหรับลูกสุนัขที่มีอายุ 8-9 เดือนเต็ม ลูกสุนัขมีความต้องการโปรตีนสูงถึง 2 เท่าของสุนัขที่โตเต็มที่ เกลือแร่ที่ลูกสุนัขต้องการมากคือ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ดังนั้น อาหารที่ควรให้ลูกสุนัขคือ เนื้อบด ถ้าไม่สามารถบดได้อาจใช้วิธีสับ แล้วนำไปต้มเพื่อป้องกันพยาธิ บางมื้ออาจเสริมไข่ต้ม การทดแทนเกลือแร่เราอาจให้ตับต้มหรือที่ให้เด็กอ่อน แต่ไม่ควรให้กระดูกในระยะนี้ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของลูกสุนัขยังทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะกระดูกไก่หักจะมีความคมมาก อาจติดหรือแทงอวัยวะย่อยอาหารได้ การให้นมผงละลายน้ำที่มีขายสำหรับลูกสุนัข หรือนมผงสำหรับเด็กอ่อน นอกจากจะสามารถให้เกลือแร่ที่ลูกสุนัขต้องการแล้ว ยังมีวิตามินตามที่มันต้องการด้วย

 
ชัยยศฟาร์ม บางแก้ว  22/4 หมู่ 12 ต. บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140  โทรศัพท์ 08-7561-2259  E-mail: ple_cy@hotmail.com